ใครสมัครได้

คนที่กำลังผ่อนรถกับไฟแนนซ์อยู่และผ่อนตรงตามกำหนดมาระยะหนึ่ง มีโอกาสสมัครได้ จุดสำคัญไม่ใช่แค่ว่าคุณมีรถ แต่อยู่ที่ว่ารถของคุณเหลือส่วนต่างพอให้เกิดเงินก้อนหรือไม่ และคุณมีรายได้พอผ่อนสัญญาใหม่ไหว เพราะการทำรถแลกเงินตอนรถยังผ่อนไม่หมดเป็นการเปิดสัญญาใหม่มาแทนสัญญาเดิม ไม่ใช่การกู้เพิ่มซ้อนบนหนี้ก้อนเดิม

  • เป็นผู้ผ่อนรถตามสัญญาไฟแนนซ์เดิม และผ่อนมาต่อเนื่องโดยไม่ค้างงวด
  • มีรายได้หรือกระแสเงินสดที่พิสูจน์ได้ เพื่อแสดงความสามารถผ่อนสัญญาใหม่
  • รถและยอดหนี้คงเหลืออยู่ในเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการรายใหม่รับปิดยอดให้ได้
  • อายุและถิ่นที่อยู่เป็นไปตามเกณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย

หากคุณผ่อนรถหมดแล้วและถือเล่มเอง เงื่อนไขจะง่ายกว่านี้ เพราะไม่ต้องปิดยอดกับใครก่อน แต่ถ้ายังติดไฟแนนซ์ ให้อ่านต่อเรื่องส่วนต่างด้านล่างให้เข้าใจก่อนสมัคร

รถต้องมีเงื่อนไขอย่างไร

รถที่นำมาทำรถแลกเงินตอนผ่อนไม่หมดจะถูกพิจารณาสองชั้น ชั้นแรกคือตัวรถเอง — ยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน เลขไมล์ และสภาพ ซึ่งกำหนดมูลค่าประเมิน ชั้นที่สองคือสถานะหนี้ — ยอดคงเหลือกับไฟแนนซ์เดิม และประวัติการผ่อน รถที่เป็นที่นิยมในตลาดมือสองและดูแลสภาพดีมักประเมินได้ราคาดีกว่า ทำให้มีส่วนต่างเหลือมากกว่า

ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีเกณฑ์อายุรถสูงสุดที่รับ และตรวจว่ารถไม่มีภาระผูกพันซ้อนหรือปัญหาทางกฎหมาย เนื่องจากต้องรับโอนกรรมสิทธิ์จากไฟแนนซ์เดิมมาเป็นหลักประกัน ทางที่ชัดที่สุดคือให้ผู้ให้บริการ ประเมินรถคันจริงพร้อมเช็กยอดปิดบัญชีเดิม เพราะราคากลางในตลาดเป็นเพียงจุดตั้งต้น

เงินส่วนต่างคืออะไรและคำนวณอย่างไร

เงินส่วนต่าง หรือ equity คือมูลค่ารถที่เป็นของคุณจริง ๆ หลังหักหนี้ที่ยังค้างอยู่ คำนวณตรงไปตรงมาว่า ส่วนต่าง = มูลค่าประเมินรถ − ยอดหนี้คงเหลือกับไฟแนนซ์เดิมเมื่อทำรีไฟแนนซ์ ผู้ให้บริการรายใหม่จะปิดยอดหนี้เดิมให้ก่อน ส่วนที่เหลือหลังปิดยอดคือเงินก้อนที่คุณได้รับ นี่คือหัวใจของคำตอบว่ารถที่ยังติดไฟแนนซ์กู้ได้แค่ไหน

เหตุผลที่ส่วนต่างช่วงต้นของสัญญามักน้อยมี 2 อย่างซ้อนกัน หนึ่ง — ค่างวดช่วงแรกส่วนใหญ่เป็นดอกเบี้ย ยอดต้นจึงลดช้า สอง — มูลค่ารถลดลงตามการใช้งานและอายุ สองแรงนี้ทำให้ช่วงแรก ๆ หนี้คงเหลือ อาจใกล้เคียงหรือสูงกว่ามูลค่ารถ (เรียกว่า equity ติดลบ) ยิ่งผ่อนมานานยอดต้นยิ่งลดเร็วขึ้น ส่วนต่างจึงมีโอกาสเป็นบวกและมากขึ้นตามเวลา

สรุปให้จำง่าย: อยากรู้ว่ารถผ่อนอยู่จะได้เงินไหม ให้เอา "มูลค่าประเมินรถ" ลบ "ยอดปิดบัญชีจริงกับไฟแนนซ์เดิม" ถ้าเหลือเป็นบวก นั่นคือเพดานคร่าว ๆ ของเงินก้อนที่เป็นไปได้

คาดว่าจะได้เงินเท่าไร

วงเงินที่ได้อิงจากส่วนต่างเป็นหลัก แล้วปรับตามนโยบายความเสี่ยงของผู้ให้บริการ ประวัติการเงินของผู้สมัคร และรูปแบบสินเชื่อที่เลือก รถรุ่นเดียวกันปีเดียวกันอาจได้เงินก้อนไม่เท่ากัน หากยอดหนี้คงเหลือ สภาพรถ หรือประวัติผ่อนต่างกัน เราจึงไม่ระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัว เพราะจะทำให้เข้าใจผิดได้

ข้อควรรู้: ตัวเลข "ได้กี่เปอร์เซ็นต์ของราคารถ" ที่เห็นตามที่ต่าง ๆ เป็นเพียงค่าโดยประมาณ และสำหรับรถที่ยังผ่อนอยู่ ยังต้องหักยอดปิดบัญชีเดิมออกก่อนเสมอ วงเงินจริงต้องรอผลประเมินรถและยอดหนี้ของคุณเอง

ใช้เอกสารอะไร

เอกสารพื้นฐานที่มักใช้ในการยื่นเรื่อง (อาจต่างกันตามผู้ให้บริการ) และมีรายการเพิ่มเรื่องหนี้เดิม

  • บัตรประชาชนของผู้สมัคร
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หลักฐานรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชี
  • สัญญาเช่าซื้อหรือเอกสารสินเชื่อกับไฟแนนซ์เดิม
  • ยอดปิดบัญชี (payoff) ล่าสุดจากไฟแนนซ์เดิม เพื่อคำนวณส่วนต่าง
  • ตัวรถสำหรับการตรวจสภาพและประเมิน

ขั้นตอนการสมัคร

  1. ขอยอดปิดบัญชีล่าสุดจากไฟแนนซ์เดิม และเตรียมเอกสารให้พร้อม
  2. ยื่นเรื่องและให้ผู้ให้บริการรายใหม่ประเมินราคารถ
  3. ผู้ให้บริการคำนวณส่วนต่างจากมูลค่ารถลบยอดหนี้คงเหลือ แล้วเสนอวงเงิน ดอกเบี้ย และจำนวนงวด
  4. หากตกลง เซ็นสัญญาใหม่ ผู้ให้บริการรายใหม่จะปิดยอดกับไฟแนนซ์เดิมและรับโอนกรรมสิทธิ์
  5. รับเงินส่วนต่างเป็นเงินก้อน แล้วเริ่มผ่อนตามสัญญาใหม่

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่างสมมติ (ไม่ใช่ข้อเสนอจริง) ใช้เพื่ออธิบายวิธีคิดส่วนต่างเท่านั้น ตัวเลขจริงขึ้นกับการประเมินและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

สมมติฐานที่ใช้ในตัวอย่างนี้:

  • มูลค่าประเมินรถ ณ ปัจจุบัน: 400,000 บาท (สมมติ)
  • ยอดปิดบัญชีคงเหลือกับไฟแนนซ์เดิม: 250,000 บาท (สมมติ)
  • อัตราดอกเบี้ยสัญญาใหม่แบบลดต้นลดดอก: 12% ต่อปี (สมมติ)
  • จำนวนงวดสัญญาใหม่: 48 งวด (สมมติ)

ส่วนต่าง (equity) เท่ากับ 400,000 − 250,000 = 150,000 บาท (สมมติ) ซึ่งเป็นเพดานคร่าว ๆ ของเงินก้อนที่อาจได้รับ หากผู้ให้บริการปล่อยวงเงินเต็มส่วนต่างนี้ ค่างวดต่อเดือนบนสัญญาใหม่จะอยู่ที่ราว 3,950 บาท (สมมติ ปัดโดยประมาณ) ถ้ามูลค่ารถ ยอดหนี้เดิม ดอกเบี้ย หรือจำนวนงวดเปลี่ยนไป ตัวเลขเหล่านี้จะเปลี่ยนทันที จึงควรขอตารางผ่อนจริงและยอดปิดบัญชีจริงมาคำนวณก่อนตัดสินใจ

เช็กว่ารถที่ยังผ่อนอยู่สมัครได้หรือไม่

ลิงก์แนะนำ (affiliate) — จะพาไปยังเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบเงื่อนไข

ค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ย

ต้นทุนของการรีไฟแนนซ์รถที่ผ่อนอยู่ไม่ได้มีแค่ดอกเบี้ยของสัญญาใหม่ แต่ยังอาจรวมค่าดำเนินการ ค่าอากรแสตมป์ ค่าโอนหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับเล่มทะเบียน และในบางกรณีอาจมีค่าปรับปิดก่อนกำหนด จากไฟแนนซ์เดิมด้วย วิธีคิดดอกเบี้ยก็มีทั้งแบบลดต้นลดดอกและแบบคงที่ ซึ่งให้ภาระดอกเบี้ยรวมต่างกัน

ก่อนเซ็น ควรถามให้ครบว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีเป็นเท่าไร มีค่าปิดบัญชีเดิมหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายแรกเข้าอะไรบ้าง และยอดจ่ายรวมตลอดสัญญาใหม่เทียบกับสัญญาเดิมเป็นอย่างไร การยืดงวดให้ค่างวดลดลงอาจทำให้ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ควรมาจากเอกสารของผู้ให้บริการ ไม่ใช่การคาดเดา

ข้อดี

  • เปลี่ยนส่วนต่างของรถที่ผ่อนอยู่ให้เป็นเงินก้อน โดยยังใช้รถคันเดิมได้
  • ทำได้แม้กรรมสิทธิ์ยังติดไฟแนนซ์ เพราะกลไกรีไฟแนนซ์ปิดยอดเดิมให้
  • บางกรณีปรับโครงสร้างค่างวดให้เบาลงต่อเดือน ช่วยวางแผนกระแสเงินสด

สิ่งที่ต้องระวัง

  • เพิ่งผ่อนได้ไม่นานมักมีส่วนต่างน้อยหรือไม่มี อย่าคาดหวังเงินก้อนก่อนคำนวณจริง
  • ถ้ายอดหนี้เดิมสูงกว่ามูลค่ารถ (equity ติดลบ) อาจต้องนำเงินสดมาโปะเองก่อน
  • ค่างวดที่ลดลงจากการยืดงวด อาจแลกมากับดอกเบี้ยรวมที่มากขึ้น
  • เช็กว่าไฟแนนซ์เดิมมีค่าปิดก่อนกำหนดหรือไม่ และรวมต้นทุนนี้เข้าไปในการเทียบด้วย
  • รถยังเป็นหลักประกัน หากผ่อนสัญญาใหม่ไม่ไหวก็มีความเสี่ยงเสียรถเช่นเดิม

ใครอาจไม่เหมาะ

การทำรถแลกเงินตอนผ่อนไม่หมดอาจไม่เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มผ่อนได้ไม่กี่งวดจนส่วนต่างแทบไม่มี เพราะจะได้เงินก้อนน้อยแต่แบกต้นทุนการทำสัญญาใหม่ หรือคนที่ยอดหนี้เดิมยังสูงกว่ามูลค่ารถ ซึ่งอาจต้องควักเงินสดมาเพิ่มแทนที่จะได้เงิน นอกจากนี้คนที่รายได้ไม่แน่นอนจนไม่มั่นใจว่าจะผ่อน สัญญาใหม่ต่อเนื่องได้ ก็ควรชะลอไว้ก่อน เป้าหมายคือเลือกสิ่งที่เหมาะกับสถานะการเงินของคุณจริง ๆ

คำถามที่พบบ่อย

รถผ่อนอยู่ เอาไปกู้เพิ่มได้ไหม

ได้ในหลายกรณี แต่รูปแบบมักเป็นการรีไฟแนนซ์ คือผู้ให้บริการรายใหม่ปิดยอดหนี้กับไฟแนนซ์เดิมให้ก่อน แล้วส่วนต่างระหว่างมูลค่ารถกับยอดหนี้ที่เหลือ (equity) จะกลายเป็นเงินก้อนที่คุณได้รับ ถ้ามูลค่ารถสูงกว่าหนี้คงเหลือพอสมควรก็มีโอกาสได้เงินเพิ่ม แต่ถ้าเพิ่งผ่อนได้ไม่นานส่วนต่างอาจน้อยหรือไม่มี

รถติดไฟแนนซ์กู้ได้ไหม ในเมื่อกรรมสิทธิ์ยังไม่ใช่ของเรา

กู้ได้ เพราะกลไกคือการรีไฟแนนซ์ ผู้ให้บริการรายใหม่จะปิดยอดกับไฟแนนซ์เดิมเพื่อรับโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นหลักประกันของสัญญาใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องถือเล่มอยู่ก่อน แต่รถต้องไม่มีปัญหาทางกฎหมายและยอดหนี้เดิมต้องอยู่ในระดับที่ผู้ให้บริการรับปิดให้ได้

ต้องผ่อนมาแล้วกี่งวดถึงจะกู้ได้

ไม่มีตัวเลขงวดตายตัวที่ใช้กับทุกผู้ให้บริการ สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนงวดคือ ยอดหนี้คงเหลือเทียบกับมูลค่ารถ ณ ปัจจุบัน ยิ่งผ่อนมานานยอดหนี้ยิ่งลดและส่วนต่างยิ่งมีโอกาสมากขึ้น บางกรณีผ่อนมาไม่กี่งวดก็ยังทำได้ถ้ารถราคาดีและประวัติผ่อนตรง

เพิ่งผ่อนได้ไม่กี่เดือน จะมีเงินส่วนต่างไหม

อาจมีน้อยหรือไม่มีเลย ช่วงต้นของสัญญาผ่อนรถ เงินที่จ่ายส่วนใหญ่ยังเป็นดอกเบี้ย ยอดต้นจึงลดช้า ประกอบกับมูลค่ารถที่ลดลงตามการใช้งาน ทำให้ส่วนต่างในช่วงแรกมักบางมาก บางครั้งหนี้คงเหลือยังสูงกว่ามูลค่ารถด้วยซ้ำ กรณีนี้จะไม่มีเงินก้อนเหลือให้

รีไฟแนนซ์รถที่ผ่อนอยู่ ทำให้ค่างวดหรือดอกเบี้ยเปลี่ยนไหม

เปลี่ยนได้ทั้งขึ้นและลง เพราะเป็นสัญญาใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ย จำนวนงวด และวงเงินของตัวเอง บางครั้งค่างวดลดลงเพราะยืดงวดออกไป แต่ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาอาจมากขึ้น ควรเทียบดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีและยอดจ่ายรวมของสัญญาเดิมกับสัญญาใหม่ก่อนตัดสินใจ

ยอดหนี้เดิมมากกว่ามูลค่ารถ ยังทำได้ไหม

ทำได้ยากและมักไม่ได้เงินก้อน เพราะเมื่อหนี้คงเหลือสูงกว่ามูลค่ารถ (equity ติดลบ) ผู้ให้บริการรายใหม่จะต้องปิดยอดที่มากกว่าหลักประกันที่ได้ ซึ่งเสี่ยงเกินไป บางกรณีคุณอาจต้องนำเงินสดมาโปะส่วนต่างเองก่อน จึงควรถามยอดปิดบัญชีจริงจากไฟแนนซ์เดิมมาเทียบก่อน