ข้อได้เปรียบของรถที่ผ่อนหมดแล้วคือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อคุณในเล่มทะเบียนเรียบร้อย ไม่มียอดไฟแนนซ์เก่าค้างให้ต้องเคลียร์ก่อน คุณจึงเดินเรื่องรถแลกเงินคืออะไรได้ทันทีเมื่อพร้อม ต่างจากกรณีรถผ่อนอยู่กู้ได้ไหมที่กรรมสิทธิ์ยังติดไฟแนนซ์และมีเงื่อนไขซับซ้อนกว่า
ใครสมัครได้
โดยทั่วไปผู้สมัครควรเป็นเจ้าของรถตามเล่มทะเบียน มีอายุตามเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการกำหนด และมีรายได้หรือกระแสเงินสดพอที่จะผ่อนไหว สำหรับคนที่ผ่อนรถหมดแล้ว จุดนี้มักผ่านง่ายกว่า เพราะเล่มทะเบียนเป็นชื่อคุณอยู่แล้ว สิ่งที่ผู้ให้บริการให้ความสำคัญคือ ความสามารถในการผ่อนของคุณและมูลค่าของรถ ไม่ใช่แค่มีรถก็จบ
- เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถตามเล่มทะเบียน (ซึ่งคนผ่อนหมดแล้วมักเป็นอยู่แล้ว)
- มีรายได้ประจำหรือรายได้ที่พิสูจน์ได้ เพื่อแสดงความสามารถในการผ่อน
- อายุและถิ่นที่อยู่เป็นไปตามเกณฑ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย
รถต้องมีเงื่อนไขอย่างไร
รถที่นำมาทำมีเล่มรถกู้เงินมักถูกพิจารณาจากยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน เลขไมล์ และสภาพโดยรวม รถที่เป็นที่นิยมในตลาดมือสองและดูแลสภาพดีมักประเมินได้ราคาดีกว่า ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีเกณฑ์อายุรถสูงสุดที่รับ และตรวจว่ารถไม่มีปัญหาทางกฎหมายหรือภาระผูกพันซ้อน
เนื่องจากรถผ่อนหมดแล้ว จุดที่ควรเช็กเพิ่มคือเล่มทะเบียนโอนมาเป็นชื่อคุณเรียบร้อยหลังปิดไฟแนนซ์ หากยังไม่ได้ดำเนินการโอน ควรจัดการให้เสร็จก่อนยื่นเรื่อง เพราะเล่มที่ชื่อยังเป็นไฟแนนซ์เดิม จะทำให้ขั้นตอนสะดุด ทางที่ชัดที่สุดคือให้ผู้ให้บริการประเมินรถคันจริงของคุณ
คาดว่าจะได้เงินเท่าไร
วงเงินที่ได้อิงจากราคาประเมินรถเป็นหลัก แล้วปรับตามนโยบายความเสี่ยงของผู้ให้บริการ ประวัติการเงินของผู้สมัคร และรูปแบบสินเชื่อที่เลือก คำถามที่หลายคนถามคือ เอารถเข้าไฟแนนซ์ได้เงินเท่าไหร่ คำตอบคือขึ้นกับผลประเมินของรถคันนั้นจริง ๆ รถรุ่นเดียวกันปีเดียวกันอาจได้วงเงินไม่เท่ากันหากสภาพหรือประวัติต่างกัน เราจึงไม่ระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัว เพราะจะทำให้เข้าใจผิดได้
ใช้เอกสารอะไร
เอกสารพื้นฐานที่มักใช้ในการยื่นเรื่องมีประมาณนี้ (อาจต่างกันตามผู้ให้บริการ)
- บัตรประชาชนของผู้สมัคร
- เล่มทะเบียนรถที่โอนเป็นชื่อคุณแล้วหลังผ่อนไฟแนนซ์หมด
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- หลักฐานรายได้ เช่น สลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชี
- ตัวรถสำหรับการตรวจสภาพและประเมิน
ขั้นตอนการสมัคร
- ตรวจว่าเล่มทะเบียนโอนเป็นชื่อคุณเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเอกสารให้พร้อม
- ยื่นเรื่องและให้ผู้ให้บริการประเมินราคารถ
- รับข้อเสนอ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย และจำนวนงวด แล้วอ่านเงื่อนไขให้ครบ
- หากตกลง เซ็นสัญญาและดำเนินการตามรูปแบบสินเชื่อ (โอนเล่มหรือจำนำทะเบียน)
- รับเงินก้อนและเริ่มผ่อนตามกำหนด
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติฐานที่ใช้ในตัวอย่างนี้:
- วงเงินที่ได้รับ: 300,000 บาท (สมมติ)
- อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก: 12% ต่อปี (สมมติ)
- จำนวนงวด: 60 งวด (สมมติ)
ด้วยสมมติฐานข้างต้น ค่างวดต่อเดือนจะอยู่ที่ราว 6,700 บาท (สมมติ)และเมื่อรวมทุกงวดจะจ่ายดอกเบี้ยรวมประมาณ 100,000 บาท (สมมติ) ตลอดสัญญา หากดอกเบี้ย จำนวนงวด หรือวิธีคิดดอกเบี้ยเปลี่ยนไป ตัวเลขเหล่านี้จะเปลี่ยนทันที จึงควรขอตารางผ่อนจริงจากผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
ลิงก์แนะนำ (affiliate) — จะพาไปยังเว็บไซต์ของผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบเงื่อนไข
ค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ย
ต้นทุนของรถแลกเงินไม่ได้มีแค่ดอกเบี้ย แต่ยังอาจรวมค่าดำเนินการ ค่าอากรแสตมป์ ค่าโอนหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับเล่มทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นตามที่ระบุในสัญญา วิธีคิดดอกเบี้ยก็มีทั้งแบบลดต้นลดดอกและแบบคงที่ ซึ่งให้ภาระดอกเบี้ยรวมต่างกัน
ก่อนเซ็น ควรถามให้ครบว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีเป็นเท่าไร มีค่าใช้จ่ายแรกเข้าอะไรบ้าง ค่าปรับกรณีชำระล่าช้าเป็นอย่างไร และหากอยากปิดก่อนกำหนดมีเงื่อนไขหรือค่าปรับหรือไม่ ตัวเลขเหล่านี้ควรมาจากเอกสารของผู้ให้บริการ ไม่ใช่การคาดเดา
ข้อดี
- กรรมสิทธิ์เป็นของคุณเต็ม เดินเรื่องได้ตรงที่สุด ไม่ต้องปิดยอดไฟแนนซ์เดิมก่อน
- ได้เงินก้อนโดยยังใช้รถคันเดิมได้ ไม่ต้องขายรถทิ้ง
- ผ่อนเป็นงวด ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือนได้
สิ่งที่ต้องระวัง
- รถเป็นหลักประกัน หากผ่อนไม่ไหวอาจเสียรถและมีภาระส่วนต่าง
- อ่านสัญญาให้ครบ โดยเฉพาะดอกเบี้ยที่แท้จริง ค่าธรรมเนียม และค่าปรับ
- เช็กว่าเล่มทะเบียนโอนเป็นชื่อคุณเรียบร้อยหลังปิดไฟแนนซ์ ก่อนยื่นเรื่อง
- ประเมินความสามารถผ่อนตามรายได้จริง ไม่ใช่ตามวงเงินสูงสุดที่อนุมัติได้
ใครอาจไม่เหมาะ
แม้รถจะผ่อนหมดแล้ว รถแลกเงินก็อาจไม่เหมาะกับคนที่รายได้ไม่แน่นอนจนไม่มั่นใจว่าจะผ่อนต่อเนื่องได้ หรือคนที่ต้องใช้รถคันนี้ทำมาหากินและรับความเสี่ยงเรื่องการถูกยึดรถไม่ได้เลย หากต้องการเงินก้อนไม่มากและมีทางเลือกอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า ก็ควรเทียบดูก่อน เป้าหมายคือเลือกสิ่งที่เหมาะกับสถานะการเงินของคุณจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพราะรถปลอดภาระแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
รถผ่อนหมดแล้วมีเล่ม เอาไปกู้ได้เท่าไร
วงเงินอิงจากราคาประเมินรถของคุณเป็นหลัก แล้วปรับตามนโยบายความเสี่ยงของผู้ให้บริการ ประวัติการเงิน และรูปแบบสินเชื่อ รถรุ่นเดียวกันปีเดียวกันอาจได้ไม่เท่ากันหากสภาพหรือประวัติต่างกัน วิธีที่แน่นอนที่สุดคือให้ผู้ให้บริการประเมินรถคันจริงของคุณ
ผ่อนหมดแล้วต้องปิดยอดอะไรอีกไหมก่อนทำรถแลกเงิน
ไม่ต้อง เมื่อผ่อนไฟแนนซ์เดิมหมดและกรรมสิทธิ์เป็นชื่อคุณในเล่มแล้ว คุณทำรถแลกเงินได้ตรงไปตรงมา ไม่มียอดไฟแนนซ์เก่าค้างให้ต้องปิดก่อน จุดที่ควรเช็กคือเล่มทะเบียนโอนมาเป็นชื่อคุณเรียบร้อยและไม่มีภาระผูกพันซ้อนอยู่
มีเล่มรถกู้เงินแล้วยังขับรถได้ปกติไหม
ได้ รถแลกเงินออกแบบมาให้คุณยังครอบครองและใช้รถได้ตามปกติ รถไม่ได้ถูกยึดไปจอด สิ่งที่เปลี่ยนคือรถกลายเป็นหลักประกันของสินเชื่อ หากผ่อนตามกำหนดครบก็ไม่กระทบการใช้งานประจำวัน
เอารถเข้าไฟแนนซ์ได้เงินเท่าไหร่ คิดจากอะไร
คิดจากราคาประเมินรถเป็นตัวตั้ง แล้วผู้ให้บริการจะปรับตามสภาพรถ อายุรถ ความนิยมในตลาดมือสอง และความสามารถในการผ่อนของคุณ ตัวเลข "ได้กี่เปอร์เซ็นต์ของราคารถ" ที่เห็นตามที่ต่าง ๆ เป็นเพียงค่าโดยประมาณ วงเงินจริงต้องรอผลประเมินรถของคุณเอง
ต้องใช้คนค้ำประกันไหม
ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและเงื่อนไขของแต่ละกรณี บางที่พิจารณาจากตัวรถและรายได้เป็นหลักโดยไม่ต้องมีคนค้ำ บางกรณีอาจขอคนค้ำเพิ่มเพื่อเสริมความมั่นใจ ควรสอบถามเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการโดยตรง
รถเก่ามากแต่ผ่อนหมดแล้ว ทำได้ไหม
ทำได้หรือไม่ขึ้นกับอายุรถ ยี่ห้อ รุ่น และสภาพ ผู้ให้บริการส่วนใหญ่มีเกณฑ์อายุรถสูงสุดที่รับ รถที่เก่ามากอาจได้วงเงินน้อยลงหรือไม่เข้าเกณฑ์ แม้ผ่อนหมดแล้วก็ตาม วิธีที่แน่นอนที่สุดคือให้ผู้ให้บริการประเมินรถของคุณจริง
ผ่อนไม่ไหวระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อผิดนัดชำระ ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ตามสัญญาในการติดตามหนี้และอาจนำรถซึ่งเป็นหลักประกันไปขายทอดตลาด ทำให้เสียรถและอาจมีภาระส่วนต่างที่เหลือ จึงควรประเมินความสามารถผ่อนตามรายได้จริงก่อนสมัครทุกครั้ง
